วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

สิว

นักเขียนหมอชาวบ้าน :
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร


Printer-friendly versionSend to friend สบู่อะไรเหมาะสำหรับคนที่เป็นสิว
ความเชื่อว่าสิวเกิดจากสิ่งสกปรกหรือล้างหน้าไม่สะอาดนั้นไม่ถูกต้อง
สิวเป็นโรคของต่อมไขมันใต้ผิวหนังที่อุดตันและมีแบคทีเรียมาติดแทรกซ้อน การล้างหน้าฟอกสบู่บ่อยเกินไปหรือใช้สบู่ที่แรงโดยเฉพาะสบู่ยาหรือสบู่ที่ผสมเม็ดขัดถู ยิ่งทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ง่ายขึ้น

ดังนั้น การล้างหน้าสำหรับทั้งคนที่เป็นสิวและไม่เป็นสิวก็คือล้างวันละ 1-2 ครั้ง และอาจใช้สบู่ฟอกหน้าเพียงวันละครั้งเดียวก็เพียงพอ แนะนำให้ใช้สบู่เด็กฟอกให้เกิดฟองบนฝ่ามือแล้วไล้ผิวหน้า และล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด เสร็จแล้วใช้ผ้าขนหนูซับหน้าให้แห้งอย่างแผ่วเบา

เจลใส่ผมให้ตั้งก่อให้เกิดสิวได้อย่างไร เจลใส่ผมอาจทำให้เกิดสิวที่หน้าผาก เรียกกันว่าสิวจากน้ำมันปอมเมด (pomade acne) เพราะน้ำมันใส่ผมที่เหนียวเหนอะหนะทำให้ท่อต่อมไขมันอุดตัน สิวชนิดนี้แต่เดิมพบมากในพวกคนผิวดำ เพราะใช้เจลมากเนื่องจากผมหยิก

ปัจจุบันคนไทย (โดยเฉพาะวัยรุ่น) นิยมผมทรงตั้ง ทำให้ต้องใช้เจลเหนอะหนะจึงเกิดสิวจากเจลใส่ผมมากขึ้น ลักษณะของสิวจากน้ำมันใส่ผมนี้ เห็นเป็นสิวอุดตันยิบๆ อาจพบสิวอักเสบตุ่มแดง และตุ่มหนองได้บ้าง

ข้อแนะนำก็คือลองเปลี่ยนทรงผมใหม่ เลือกทรงที่ไม่ต้องใช้เจลเลย เช่น สกินเฮด (skin head) หรือผมยาว หรือถ้าใช้เจลก็ต้องระวังไม่ให้เปื้อนหน้าผาก

ทำไมยาทารักษาสิวเบนซอยล์ เพอร์ออกไซด์ จึงทำให้เสื้อด่าง
ยาทาเบนซอยล์ เพอร์ออกไซด์ตัวนี้จะให้ออกซิเจนอิสระ ซึ่งช่วยในการรักษาสิว เมื่อเนื้อยาถูกเสื้อผ้า ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดตัว หรือแม้แต่ผม จะทำให้สีผ้า สีผมด่างหรือสีจางลงได้ จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง

ประจำเดือนขาดทำให้เกิดสิวได้ไหม

สาเหตุของประจำเดือนไม่มา (amenorrhea) ซึ่งพบในคนที่ตั้งครรภ์และคนที่หมดประจำเดือนไปแล้ว และยังพบบ่อยในนักกีฬา นักเต้นรำ นางแบบที่ผอมมากๆ มีไขมันต่ำ ทำให้มีการผลิตฮอร์โมนเพศไม่พอเพียง

ถ้าประจำเดือนไม่มามากกว่า 2 เดือน หรือมาไม่สม่ำเสมอ หรือมามากเกินไป ก็ควรไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง

การมีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอทำให้เกิดสิวหรือไม่นั้น จากงานวิจัยของนายแพทย์คันลิฟฟ์ (Dr.Cunliffe) แห่งประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้แต่งตำราเรื่อง Acne (โรคสิว) ระบุว่าการเกิดโรคสิวในผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาปกติ มาผิดปกติ ผู้หญิงที่มีขนดก ล้วนเท่าๆกัน คือประจำเดือนที่ผิดปกติไม่น่าจะเป็นสาเหตุของการเกิดสิว

อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ป่วยหญิงที่เป็นสิวอยู่แล้ว 2 ใน 3 จะมีสิวเพิ่มจำนวนขึ้น และมีสิวอักเสบเป็นหนอง ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน เพราะว่าก่อนมีประจำเดือนมีการคั่งของน้ำในร่างกาย รูเปิดของขุมขนเล็กลง การไหลของไขมันในท่อต่อมไขมันเป็นไปไม่ได้ดี จึงเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบตามมา

สิวเสี้ยนคืออะไร แก้ไขอย่างไร ปัญหาผิวหน้ามีจุดไขมันอุดตันเป็นหัวดำๆ บางเม็ดบีบออกมาเป็นก้อนไขมัน แต่บางเม็ดพอบีบออกมาแล้วใช้เล็บเกลี่ยจะเห็นเป็นเศษขนเล็กๆ ไขมันอุดตันและเศษขนเล็กๆ ในรูขุมขนเป็นต้นเหตุของสิวเสี้ยน สิวเสี้ยนมี 2 ชนิด

ชนิดแรก
เกิดจากการอุดตันของไขมันในท่อต่อมไขมัน (comedone) ถ้าปากรูขุมขนปิดจะเรียกว่า "สิวหัวขาว" ต่อมาสิ่งอุดตันอาจดันให้รูขุมขนเปิดเรียกว่า "สิวหัวดำ"Ž

ชนิดที่สอง
เกิดจากการอุดตันของกระจุกเส้นขนเล็กๆ ในรูขุมขน (trichostasis spinulosa) เห็นเป็นจุดดำๆ เล็กๆ ซึ่งพบได้บ่อยเช่นกัน แต่มักพบในผู้ใหญ่ ในขณะที่ชนิดแรกพบบ่อยในวัยรุ่น สิวเสี้ยนทั้ง 2 ชนิดนี้มักเกิดบริเวณจมูกและข้างแก้ม บางคนแก้ไขปัญหานี้โดยการบีบและแกะสิวเสี้ยน อาจทำให้ผิวหนังอักเสบและติดเชื้อลุกลาม การขจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขนไม่ว่าจะเป็นก้อนไขมันหรือกระจุกเส้นขนเล็กๆ อย่างถูกวิธีทำให้รูขุมขนแลดูเล็กลง และลดการเกิดสิวเสี้ยนด้วย

ปัจจุบันมีวิธีขจัดสิวเสี้ยน เช่น การใช้ยาทารักษาสิว การกดสิวด้วยที่กดสิว (comedone extractor) การใช้มาสก์ลอกหน้า การใช้เครื่องดูดสิวเสี้ยน และการใช้แผ่นขจัดสิวเสี้ยน ซึ่งควรใช้เพียงสัปดาห์ละครั้งและควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากด้วย

ยาทารักษาสิวเสี้ยน เบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ (BP) และกรดวิตามินเอ ทาพร้อมกันได้ไหม
ยาทา BP และกรดวิตามินเอ เป็นยาทาที่แพทย์และเภสัชกรมักแนะนำให้ใช้รักษาสิวเสี้ยน ซึ่งมีข้อควรระวังคือห้ามทาเบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ และกรดวิตามินเอในเวลาเดียวกัน เพราะเบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ทำให้กรดวิตามินเอไม่ออกฤทธิ์ จึงต้องเลี่ยงมาทาเบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย และทากรดวิตามินเอก่อนนอน

ถ้าใช้เบนซอยล์เพอร์ออกไซด์หรือกรดวิตามินเออยู่แล้ว ต้องระมัดระวังในการใช้กรดผลไม้ เพราะยาเหล่านี้มีโอกาสทำให้ผิวหน้าระคายเคืองได้ง่าย ถ้าใช้ร่วมกันยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดผิวแพ้ระคายเคือง
การใช้กรดวิตามินเอ ควรเริ่มด้วยความเข้มข้นต่ำก่อนแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้น นอกจากนั้นในผู้ป่วยโรคสิวบางราย ในช่วงแรกของการใช้กรดวิตามินเอ นอกจากจะต้องใช้ความเข้มข้นต่ำแล้ว ยังอาจต้องทายาวันเว้นวันไปจนกว่าผิวจะชินยาแล้วจึงทายาทุกวันได้ โดยทั่วไปยาทากลุ่มนี้ในรูปของเจลหรือสารละลายทำให้ผิวระคายเคืองได้ง่ายกว่าในรูปของครีม

ยาทารักษาสิวทำให้ผิวไหม้แดดได้ไหม
ยาทารักษาสิวกลุ่มกรดวิตามินเอ (vitamin A acid) ทำให้ผิวไหม้แดดได้ง่ายจริง เพราะยาทำให้ผิวหนังชั้นนอกสุดคือชั้นขี้ไคลบางตัวลง

ผิวหนังชั้นขี้ไคลนี้ปกติจะกันแสงแดดไว้ได้มาก ดังนั้นหากใช้ยากลุ่มกรดวิตามินเอทารักษาสิวและรักษาริ้วรอยเหี่ยวย่นก็ต้องทากลางคืนก่อนนอน ต้องหลบเลี่ยงการโดนแดดจัด และใช้ยากันแดดอย่างสม่ำเสมอ

การอดนอนทำให้เป็นสิวไหม สังเกตว่าสิวขึ้นทุกครั้งในช่วงใกล้สอบถ้าต้องอดนอนเพื่อดูหนังสือ การอดนอนจัดเป็นความเครียดอย่างหนึ่ง อาจส่งผลให้เกิดสิวได้ เพราะความเครียดส่งผลต่อระบบต่างๆ ของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนซึ่งส่งผลให้เกิดการเห่อของสิวได้ สังเกตได้ว่าเด็กวัยรุ่นหลายคนพอใกล้สอบจะมีสิวเห่อขึ้น ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากความเครียดนั่นเอง

นอกจากนั้นการเป็นสิวเองก็ก่อให้เกิดความเครียดได้เช่นกัน อีกทั้งวัยที่ต้องดูหนังสือสอบก็มักเป็นวัยรุ่นที่มักเป็นสิวอยู่แล้ว

เป็นสิวควรใช้เครื่องสำอางและครีมล้างหน้าตัวไหน
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า "ไม่ก่อให้เกิดคอมมีโดน" (non-comedogenic) เพราะไม่มีส่วนผสมที่กระตุ้นให้เกิดสิว

นอกจากนั้นพบว่ายาทารักษาสิวหลายตัวอาจทำให้ผิวหน้าแห้งและระคายเคืองได้ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการใช้ยา จึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางหรือครีมล้างหน้าที่ทำให้ผิวแห้งมากขึ้น ซึ่งคือเครื่องสำอาง สำหรับคนผิวมัน

ไม่แนะนำให้ผู้ที่เป็นสิวแต่งหน้าเข้ม ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นฝุ่น (powder) ไม่ใช่เป็นครีมหรือเป็นแป้งแข็ง เพราะผลิตภัณฑ์ที่เป็นแป้งฝุ่นระคายเคืองต่อผิวหน้าน้อยกว่าและไม่กระตุ้นให้เกิดคอมมีโดน การใช้เทคนิคแต่งหน้าพรางรอยหัวสิวทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้นได้ การใช้รองพื้นสีออกโทนเขียวแต้มทับหัวสิวสีแดงทำให้สีผิวแลดูสม่ำเสมอขึ้นได้

ยาทาสิวต้องทาทั่วหน้าไหม
ปกติแล้วถ้าเป็นสิวอักเสบไม่กี่เม็ด อาจใช้ยาแต้มหัวสิวแต้มเฉพาะสิวเม็ดที่กำลังอักเสบ เช่น กลุ่มยาทาปฏิชีวนะ อีริโทรมัยซิน คลินดาไมซิน แต่ถ้าผิวหน้ามีแนวโน้มที่จะเป็นสิวง่ายเพราะมีสิวอุดตัน ก็ต้องใช้ยาทาลดสิวเสี้ยนทาทั่วหน้า หรือ ทาตำแหน่งที่มักเป็นสิว เช่น หน้าผาก แก้ม คาง และ จมูก

ทำไมสตรีพ้นวัยรุ่นยังเป็นสิวได้

โรคสิวมักพบบ่อยในช่วงวัยรุ่นหรือหลังวัยรุ่น และจะดีขึ้นในช่วงวัยรุ่นตอนปลายหรือในวัย 20 ตอนต้น แต่ในบางครั้งพบว่าสิวอาจเป็นอยู่ได้จนถึงวัยผู้ใหญ่ หรือในบางคนช่วงวัยรุ่นไม่เป็นสิว แต่พอพ้นวัยรุ่นกลับเป็นสิว

เชื่อว่าการเกิดสิวในวัยนี้เพราะผู้หญิงวัยทำงานมีความเครียดสูง เมื่อร่างกายมีความเครียดต่อมไฮโพทาลามัสในสมองจะไปกระตุ้นต่อมพิทูอิตารี ซึ่งส่งสัญญาณไปกระตุ้นต่อมหมวกไต และต่อมหมวกไตจะกระตุ้นรังไข่ในเพศหญิง และอัณฑะในเพศชาย ให้สร้างฮอร์โมนเพศชายขึ้น ฮอร์โมนเพศชายกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันมากขึ้น จึงมีโอกาสเกิดสิวมากขึ้นด้วย

นอกนั้นยังพบว่าสิวในสตรีพ้นวัยรุ่นอาจเกิดสิวจากเครื่องสำอางได้ สิวจากเครื่องสำอางมี 2 ลักษณะ
1. ประกอบด้วยไขมันอุดตัน (comedone) เท่านั้น เห็นเป็นสิวหัวดำ และสิวหัวขาว
2. สิวอักเสบ ส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอาง โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่เหนียวเหนอะหนะ เช่น เมกอัพ หรือครีมทาให้ความชุ่มชื้น (moisturizer) บางตัวทำให้เป็นสิวได้

ดังนั้นหากใช้เครื่องสำอางแล้วเกิดสิวอุดตัน ก็ต้องหาเครื่องสำอางที่ระบุว่าเป็น non comedogenic หรือถ้าใช้เครื่องสำอางแล้วเกิดสิวอักเสบ ก็ต้องเลือกใช้เครื่องสำอางที่ระบุว่าเป็น non acnegenic
พบว่าสิวในสตรีพ้นวัยรุ่นบางราย อาจเกิดจากระดับของฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ สิวประเภทนี้มักดื้อต่อการรักษา อาจจำเป็นต้องพบสูตินรีแพทย์ร่วมกับแพทย์ผิวหนัง เพื่อการตรวจรักษาที่เหมาะสม

ผู้ป่วยโรคสิวจำเป็นต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการ ยกเว้นรายที่สงสัยว่าจะเป็น
1. โรคสิวที่เกิดจากความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ เช่น ผู้หญิงที่ขนดกดำ อ้วน ประจำเดือนผิดปกติเป็นประจำ เสียงห้าว ศีรษะล้านแบบผู้ชาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางนรีเวชและต่อมไร้ท่อด้วย
2. โรคสิวจากเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ โดยทำการ เพาะเชื้อ
3. โรคสิวจากเชื้อยีสต์ หรือโรคสิวอักเสบที่ต้องการระบุชนิดของเชื้อ โดยทำการย้อมเชื้อด้วยสีและตรวจดูลักษณะของเชื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์
4. รอยโรคที่คล้ายสิว อาจต้องตัดผิวหนังที่เป็นเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา

"เมื่ออายุย่างเข้าช่วงต้นของวัย 20 ปี สิวมักดีขึ้น แต่ก็มีบางรายที่สิวกำเริบจนถึงวัยผู้ใหญ่"Ž


ผู้ป่วยโรคสิวเมื่อไปรักษากับแพทย์ แพทย์จะนัดมาดูอาการอย่างไร?
ทั่วไปแพทย์จะติดตามผลการรักษาผู้ป่วยโรคสิวโดย
1. นัดผู้ป่วยมาตรวจซ้ำครั้งแรกใน 1-4 สัปดาห์ เพื่อสอบถามถึงวิธีการใช้ยา และผลข้างเคียง
2. ต่อไปอาจนัดผู้ป่วยทุก 1-3 เดือน เพื่อปรับขนาดยา
3. ดูผลการรักษาหลังรักษาอย่างต่อเนื่องกันแล้วอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ขึ้นไป ถ้าไม่ได้ผลหรือเลวลง จึงจะพิจารณาเปลี่ยนยา
4. หลังจากสิวยุบหมดแล้ว ควรให้ผู้ป่วยใช้ยาทาคุมไว้จนกว่าจะพ้นวัยที่เป็นสิว

เมื่อเป็นวัยรุ่นไม่เป็นสิว แต่ทำไมจึงมีสิวเมื่อเป็นผู้ใหญ่?
ส่วนใหญ่สิวเริ่มเป็นในวัยรุ่น เมื่ออายุย่างเข้าช่วงต้นของวัย 20 ปี สิวมักดีขึ้น แต่ก็มีบางรายที่สิวกำเริบ จนถึงวัยผู้ใหญ่ เช่น สิวหัวช้าง ที่นอกจากจะเป็นที่ใบหน้าแล้ว ยังเป็นที่หน้าอกและหลัง (มักพบในเพศชาย) และสิวที่สัมพันธ์กับรอบประจำเดือนในเพศหญิง

ส่วนสิวที่เริ่มเป็นในสตรีที่พ้นวัยรุ่นมาแล้ว เชื่อว่าเป็นเพราะเมื่อสตรีมีวัยสูงขึ้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ทำให้มีการกระตุ้นต่อมไขมันที่ผิวหนัง ทำให้เกิดสิวตามมา นอกจากนั้นเนื้องอกของรังไข่ และการตั้งครรภ์ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดสิวเช่นกัน

สตรีบางรายเมื่อหยุดยาคุมกำเนิดสิวอาจกำเริบเพราะยาคุมกำเนิดคุมอาการสิวไว้ นอกจากนั้นการแต่งหน้าก็อาจทำให้เป็นสิวได้

การทายาหรือกินยารักษาสิวควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร การกินยา  กรดวิตามินเอ (Isotretinoin) มักกินวันละครั้ง อาจเป็นเช้า กลางวัน หรือเย็น โดยแนะนำให้กินพร้อมอาหารมื้อที่มีไขมันเพื่อเพิ่มการดูดซึม 
ส่วนการกินยาปฏิชีวนะถ้าต้องกินวันละครั้ง ควรเลือกกินยาในเวลาเดิมทุกวัน การกินยาปฏิชีวนะถ้าต้องกินวันละ 2-3 ครั้ง ก็ต้องเว้นระยะห่างให้เหมาะสม เช่น กินยาเช้าและเย็น หรือเช้า กลางวัน และเย็น ยาปฏิชีวนะบางตัวต้องกินตอนท้องว่าง
ส่วนยาทานั้นให้ใช้ตามคำแนะนำ เช่น ทาก่อนล้างหน้าทาก่อนนอน
                                                                                                                                                                                                                            
ชอบลืมกินยา ทายา ต้องทำอย่างไร                                                                            
ผู้ป่วยโรคสิวหลายรายมักลืมกินยาและทายา แนะนำว่าให้ทายาและกินยาพร้อมกับการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การแปรงฟัน การแต่งหน้า การกินอาหาร 
ถ้าลืมกินยาปฏิชีวนะไป 1 วัน ก็ให้กินยาต่อตามปกติได้เลย โดยไม่ต้องกินเป็น 2  เท่า แต่ถ้าเป็นยากลุ่มกรดวิตามินเอ (Isotretinoin) ถ้าลืมกินยาไป 1 วัน วันรุ่งขึ้นอาจกินเป็น 2 เท่าได้เพราะยาขนานนี้หวังผลการออกฤทธิ์โดยขนาดยารวมทั้งหมด(total cumulative dosage) คือขนาดยารวม 120 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อ 1 คอร์สของการรักษา
                                         
ถ้าเป็นสิว เมื่อไรควรไปพบแพทย์
1.เมื่อใช้ยาทาเองแล้วอาการไม่ดีขึ้น
2.เมื่อสิวอักเสบมาก ปวดบวมแดง หรือสิวหายแล้วมักเป็นแผลเป็น
3.ผู้หญิงที่เป็นสิวที่ขนขึ้นตามใบหน้า หรือประจำเดือนผิดปกติ ควรพบแพทย์
4.ถ้าสิวเลวลงมาก สิวอักเสบบวมแดงมาก และมีไข้ ควรพบแพทย์ทันที เพราะอาจแสดงว่ามีการอักเสบและติดเชื้ออย่าง
5.รู้สึกอายที่เป็นสิวหรือรู้สึกหดหู่
6.เป็นคนผิวคล้ำเมื่อสิวหายแล้วทิ้งรอยดำไว้นานมาก

๘ วิธีสร้างผิวไร้สิวฝ้า

การได้เป็นเจ้าของใบหน้าที่นวลเนียนสดใส ล้วนเป็นที่ปรารถนาของทุกคน แต่ไม่เคยมีใครที่ไม่มีปัญหากับผิวของตนเอง การเรียนรู้วิธีรักษาและป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก จึงน่าจะเป็นวิถีทางที่ดีที่สุดสู่การเป็นเจ้าของผิวสวย เคล็ดลับสู่ผิวสวยใสไร้สิวฝ้านั้นมีง่ายๆ ดังนี้

วิธีที่ ๑ การล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน
เพื่อชำระล้างเหงื่อไคล ไขมันและขี้ไคลออกจากผิวหนัง เวลาล้างหน้าให้ล้างเบาๆ แล้วซับน้ำให้แห้งด้วยผ้าขนหนูสะอาด อย่าใช้ผ้าขนหนูถูหน้าแรงๆ เพราะจะทำให้สิวอักเสบมากขึ้น ไม่ควรใช้แปรง ฟองน้ำ หรือสบู่ที่ผสมเม็ดขัดถู ขัดถูใบหน้า เพราะทำให้ใบหน้าระคายเคือง และกระตุ้นให้สิวกำเริบมากขึ้น
วิธีที่ ๒ หากเป็นสิวน้อย อาจทายาเองได้ ผู้ที่มีปัญหาสิวเพียงเล็กน้อย เช่น สิวหัวดำ หัวขาว หรือสิวอักเสบเพียงเล็กน้อย อาจหาซื้อยามาทาเองได้ แต่ต้องอ่านฉลากยาให้เข้าใจวิธีใช้โดยละเอียดเสียก่อน
หากใช้ครีมทารักษาสิวแล้วเกิดอาการผิวแห้งหรือ ระคายเคือง ควรปรึกษาแพทย์ ต้องระวังยาที่โฆษณาว่ารักษาได้ทั้งสิวและฝ้า เพราะยาพวกนี้มักผสมสตีรอยด์ ซึ่งอาจทำให้สิวยุบเร็วจริง แต่มีข้อแทรกซ้อนตามมามากมาย กรณีที่เป็นสิวอักเสบมาก จัดเป็นโรคผิวหนัง จำเป็นต้องได้รับยาภายใต้การดูแลของแพทย์ และยากินรักษา สิวบางตัวอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้

วิธีที่ ๓ พิจารณาให้ดีก่อนใช้เครื่องสำอาง
ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีผลต่อการทำงานของผิวหนัง ต้องไม่มีสารสตีรอยด์เจือปน ควรเลือกใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นที่ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นสารเคมีที่กระตุ้นให้เกิดสิว ไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่เหนียวเหนอะหนะเกินไป เครื่องสำอางที่มีราคาแพงที่สุด อาจไม่ใช่เครื่องสำอางที่ดีที่สุด หรือที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

วิธีที่ ๔ ไม่แนะนำให้บีบแกะสิวออกด้วยตนเอง
การบีบแกะสิวออกจะทำให้เกิดการอักเสบลุกลาม และเกิดแผลเป็นได้มาก แพทย์อาจพิจารณากดสิวอุดตันหัวดำออกให้ในกรณีที่จำเป็น ส่วนในกรณีที่มีสิวอักเสบหรือสิวหัวช้าง การฉีดยาสตีรอยด์เข้าไปในสิวอาจทำให้สิวยุบลงอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับกรณีเร่งด่วน เช่น จะเข้าพิธีแต่งงานในวันรุ่งขึ้น แต่วิธีนี้ก็อาจเกิดผลแทรกซ้อนตามมาได้ ส่วนการใช้แผ่นขจัดสิวเสี้ยนนั้น หากใช้บ่อยครั้งเกินไป ผิวอาจอักเสบระคายเคืองและเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวมากขึ้นได้
วิธีที่ ๕ หลีกไกลรอยเหี่ยวย่นโดยขจัดสาเหตุ
รอยเหี่ยวย่นบนผิวหน้าของคนเรา แบ่งเป็น ๓ ชนิด ใหญ่ๆ คือ รอยเหี่ยวจากอารมณ์ รอยเหี่ยวจากแสงแดด และรอยเหี่ยวแห้ง ผู้ที่มีแต่ความเครียดชอบหน้านิ่วคิ้วขมวดหรือเลิก หน้าผาก จะเกิดร่องย่นได้ตามหัวคิ้ว และหน้าผาก ครีมบำรุงผิวที่อ้างว่าลบรอยเหี่ยวต่างๆ จึงไม่เป็นจริง เพราะเครื่องสำอางเหล่านี้ออกฤทธิ์เพียงแค่ชั้นนอกสุดคือชั้นขี้ไคล แต่ส่วนที่เสียไปคือส่วนชั้นหนังแท้ การป้องกันรอยเหี่ยวย่น ๓ แบบนี้คือ การมีอารมณ์ แจ่มใส อย่าหน้านิ่วคิ้วขมวด เพื่อลดรอยเหี่ยวย่นจากอารมณ์ หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัดเพื่อป้องกันรอยเหี่ยวย่นจากแสงแดด และการใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทาในกรณีของรอยเหี่ยวแห้ง
วิธีที่ ๖ รักษาฝ้าและกระโดยการเลี่ยงแดด
ยังไม่มีวิธีใดที่รักษาฝ้าให้หายขาดและไม่เกิดขึ้นใหม่ได้อีก จึงไม่ควรเสียเงินและเวลาให้กับการรักษาฝ้าและกระจนเกินไป ชาวต่างประเทศถือว่ากระเป็นเสน่ห์ของใบหน้า (beauty spots) วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันรักษาฝ้าและกระ คือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. เพราะรังสีในแสงแดดนอกจากทำให้ฝ้าและกระเข้มขึ้น ยังทำให้ผิวเหี่ยวแก่ และเกิดมะเร็งผิวหนังได้
วิธีที่ ๗ พักผ่อนเพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์
การทำงานหนักโดยไม่พักผ่อนเลย หรือเอาแต่เล่น โดยไม่ทำงานให้เป็นแก่นสารต่างมีผลเสียต่อสุขภาพ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ก่อผลเสียต่อผิวได้ การสูบบุหรี่นอกจากจะมีผลต่อสุขภาพร่างกายทั่วไปแล้ว ยังทำให้ใบหน้าแลดูแก่ก่อนวัยไปนับ ๒๐ ปี เพราะนิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัว เซลล์ผิวหนังจึงขาดสารอาหาร เกิดริ้วรอยเหี่ยวแก่ขึ้น นอกจากนั้น การดื่มเบียร์ ดื่มเหล้า ดื่มไวน์ ตลอดจนยาเสพติดในทุกรูปแบบต่างก่อปัญหาแก่ผิวทั้งสิ้น จึงควรดูแลสุขภาพด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ คือนอนหลับวันละไม่ต่ำกว่า ๘ ชั่วโมง กินอาหารให้ครบทุกหมู่และดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่มีอาหารเสริมหรือวิตามินมหัศจรรย์ตัวใดที่จะทำให้ผิวสวยได้ หากไม่ปฏิบัติตามกติกาอนามัยพื้นฐาน เหล่านี้
วิธีที่ ๘ อยากมีผิวสวยต้องไม่เครียด
อารมณ์กับสุขภาพผิวถือเป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์กันแนบแน่น ความเครียดทำให้ผิวหนังอักเสบเป็นลมพิษ ผมร่วง หรือสิวกำเริบขึ้นได้ บางรายเวลาเครียดมากจะแกะสิวเล่นทำให้ใบหน้าเกิดแผลเป็นและยิ่งเครียดเพิ่มขึ้นไปอีก วิธีหลีกเลี่ยงความเครียดมีหลายวิธี เช่น การออกกำลังกาย การปฏิบัติตามคำสอนศาสนา การนั่งวิปัสสนา การเล่นโยคะ การนวด การมีอารมณ์ขัน มองโลกใน แง่ดีและสดใส เหล่านี้ย่อมทำให้จิตใจเบิกบาน และเมื่อมีสุขภาพจิตดีแล้ว สุขภาพผิวก็จะตามไปด้วยอย่างแน่นอน

สูตรผิวสวยเหล่านี้ เป็นสูตรที่สามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเสียเวลา และเงินทองไปกับเทคนิคต่างๆ ที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินความจริงอยู่ในขณะนี้ 

๑๐ วิธี "ไม่เกินวัย"
การทำไม่ให้เกินวัย ต้องการให้ทุกคนได้เห็นว่า วิธีการใช้ชีวิต วิธีการเลือกทางเดินของชีวิต...ควรจะทำอะไรบ้าง

ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิชัย จิตะพันธ์กุล จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า...จะเรียก "ทำอย่างไรไม่ให้แก่เร็ว" ก็ได้ คำว่า ไม่ให้เกินวัย จึงไม่ได้แปลว่าไม่ให้แก่อย่างเดียว แต่หมายถึงการทำให้ตัวเองมีความกลมกลืนไปกับสภาพความเป็นจริง ดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม สามารถทำให้ตนเองมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้นานที่สุด

จุดสำคัญ...ทำให้ช่วงสูงอายุ หรือช่วงที่ต้องพึ่งพาคนอื่น สร้างความลำบากให้คนอื่นสั้นที่สุด
หลัก ๑๐ ประการ แต่ละข้อเป็นวิธีที่ง่าย แต่น้อยคนนักจะเห็นความสำคัญอย่างจริงจัง
 ๑. ฉลาดกิน มีกำไร รู้จักเลือกกินอาหาร แต่ละวันจะต้องสมดุล ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ผัก ผลไม้...เลี่ยงอาหารมันมาก กินผัก ผลไม้ทุกมื้อ หมุนเวียนอย่าให้ซ้ำและดื่มน้ำวันละ ๑.๕ ลิตร
 ๒. กินให้เป็น อย่าทำตัวเป็นถังขยะ พ่อแม่ไม่น้อย หลังมีลูก... อ้วนอย่างรวดเร็วเพราะชอบกินของเหลือจากลูกๆ อย่าปล่อยให้หิวจัด เวลากินก็จะกินอย่างไม่ยั้ง
 ๓. ออกแรงเป็นประจำ นั่นคือ อย่ายึดติดรูปแบบ ใช้วิธีออกแรง...ทำกิจกรรมทั่วไปเพิ่มขึ้นก็ได้
 ๔. หลีกหนีของเสีย ไม่เดินทางไปในที่อากาศไม่ดี แสงแดด ลม ฝุ่น ควันบุหรี่...ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็หาเครื่องป้องกัน
 ๕. เป็นงาน อย่าเอางานมาทำบนไหล่ จงวางงานอยู่ตรงหน้า จะได้ใช้สองมือทำงานได้สะดวก ใส่ใจกับงาน ใช้ปัญญาไตร่ตรอง...อย่าทำงานด้วยความเครียด กังวลกับงาน...กลัวว่าทำไม่ได้ กลัวเสียชื่อ เสียหน้า
 ๖. ใช้ชีวิตให้เป็น สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจำเป็นต้องพักผ่อน การนอนหลับให้เพียงพอ เป็นช่วงที่ร่างกาย จิตใจ...เตรียมความพร้อมสำหรับวันต่อไป
 ๗. เข้าอู่บ้าง ตรวจร่างกายประจำปี...รักษาตัวแต่เนิ่นๆ ใช้ยาเท่าที่จำเป็น
 ๘. สร้างจิตงาม หัวเราะ...หัวเราะ...หัวเราะ มองบวก...ปรับจิตให้สุข เชื่อมโยงไปถึงการทำอย่างไรไม่ให้ชีวิตไร้ค่า แก่ตัวแล้วจะทำอย่างไร อยู่ที่ว่ามีความคิด มีความเข้าใจ มีโลกทัศน์หรือเปล่า
 ๙. ดูรอบข้าง แต่มองไกล สภาพแวดล้อม คนรอบข้าง ทำให้เกิดความสุข สัมพันธภาพที่ดี
 ๑๐. ทำเอง และหาแนวร่วม
ทั้ง ๑๐ ข้อนี้เป็นหลักปฏิบัติที่เน้นวิธีคิด มุมมอง ความเข้าใจ จะนำไปใช้ในช่วงชีวิตไหนก็ได้ ไม่ว่าจะวัยเด็ก วัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่

ผมอายุ 20 ปี เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 กังวลใจมากเกี่ยวกับเรื่องสิวบนใบหน้า ทำไมเพื่อนๆ หลายคนไม่มีสิว หรือมีก็น้อย อยากทราบว่าสิวเกิดจากอะไร ผมต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

ตอบ : นพ.ประวิตร พิศาลบุตร
สิวจัดเป็นโรคชนิดหนึ่งที่พบบ่อยที่สุด ประมาณว่าคนร้อยละ 85-100 เคยเป็นสิว  ตำแหน่งที่พบสิวมากคือที่ใบหน้า หน้าอก และหลัง
สิวที่พบทั่วไปเรียกว่า สิวสามัญ (acne vulgaris) แต่ยังมีโรคสิวที่เกิดจากสาเหตุเฉพาะและมีลักษณะแตกต่างจากโรคสิวที่พบประจำ เรียกว่า สิววิสามัญ (uncommon acne) โรคสิวแบบแปลกๆ หรือสิววิสามัญได้แก่
สิวแกะเกา (acne excoriee) บางรายบีบและแกะสิวอย่างมากจนเมื่อตรวจดูผิวหนังแล้วไม่พบทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน พบแต่รอยถลอก แผลและแผลเป็น อาจเป็นอาการแสดงของความเครียด
สิวเสียดสี (acne mechanica) ซึ่งถูกกระตุ้นให้กำเริบโดยความร้อน และแรงเสียดทานต่อผิวหนัง ผู้ที่ชอบนุ่งกางเกงยีนส์คับต้องระวังเพราะทำให้เป็นสิวเสียดสีได้
สิวจากเครื่องสำอาง (acne cosmetica) เดิมพบบ่อยในสตรีวัยทำงาน แต่ปัจจุบันพบได้ในวัยรุ่น เพราะเริ่มแต่งหน้ากันตั้งแต่เด็ก และยังพบว่าผู้ชายเป็นสิวจากเครื่องสำอางมากขึ้น เพราะปัจจุบันผู้ชายก็ใช้เครื่องสำอางกันมาก เรียกว่า metrosexual man
สิวจากเครื่องสำอางมักพบเป็นตุ่มแดงเล็กๆ เป็นผื่นที่แก้ม คาง และหน้าผาก มักพบหลังใช้เครื่องสำอาง 2-3 สัปดาห์หรือหลายเดือน
สิวจากน้ำมันใส่ผม พบในผู้ที่ใช้น้ำมันหรือเจลใส่ผมที่เหนียวเหนอะหนะทำให้เกิดรูขุมขนอุดตัน พบที่บริเวณหน้าผาก ขมับ และหนังศีรษะ
สิวแมคโดนัลด์ (McDonald's acne) พบในวัยรุ่นที่ทำงานร้านอาหารจานด่วน น้ำมันจากการทอดจะทำให้เป็นสิวได้
สิวเกิดจากยา ตำแหน่งของสิวจากยาแตกต่างจากสิวสามัญ คือสิวจากยามักพบตามลำตัวมากกว่าที่จะพบบริเวณใบหน้า หลัง หน้าอก ซึ่งเป็นบริเวณที่พบสิวมากในวัยรุ่น
สิวในเด็ก คือสิวในเด็กอายุ 1-8 ปี การพบสิวในวัยเด็กเป็นเรื่องผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากภาวะเข้าสู่วัยรุ่นเร็วเกินไปจากการเป็นโรคบางอย่าง เช่น ความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ
สิวจากเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ มีลักษณะเป็นตุ่มหนอง และซีสต์ เป็นผลแทรกซ้อนจากการใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน
สิวจากเชื้อเกลื้อน ลักษณะเป็นตุ่มแดงขนาดจิ๋วคือมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 2-4  มิลลิเมตร ตามรูขุมขน อาจพบตุ่มหนองขนาดเล็กบนตุ่มแดง พบที่บริเวณหน้าอก หลังช่วงบน ต้นแขน หนังศีรษะ และคอ ไม่ค่อยพบที่ใบหน้า มักมีอาการคันร่วมด้วย
สิวหน้าแดง เป็นปื้นแดงบวม มีตุ่มแดงและตุ่มหนองเล็กๆ ร่วมกัน พบหลอดเลือดฝอยขยายตัวที่แก้ม หน้าผาก คาง และจมูก ผู้ป่วยที่เป็นมากมักมีจมูกแดงและมีตุ่มสิวที่จมูก ซึ่งเมื่อเป็นเรื้อรังจะทำให้จมูกโต เรียกภาวะนี้ว่า ไรโนฟีมา (rhinophyma)  หรืออาจเรียกว่า จมูกของ ดับบลิวซีฟิลด์ส (W.C. Fields' nose) ตามชื่อนักแสดงตลกอเมริกันที่ล่วงลับไปแล้วที่มีจมูกโตเพราะเป็นโรคนี้
นอกจากนั้น มีสิววิสามัญที่พบในผู้ที่มีชื่อเสียง เช่น สิวจากสารพิษ มีลักษณะเป็นซีสต์สีเหลือง และซีสต์สีเหลืองที่มีจุกเทา ส่วนใหญ่พบที่หน้า เป็นที่ทราบกันดีว่าประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยูชเชงโก (Victor Yushchenko) ของยูเครนมีใบหน้าที่เป็นโรคสิวชนิดนี้ เพราะเคยถูกลอบวางยาพิษด้วยสารไดอ็อกซิน และมีรายงานว่าอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน แห่งสหรัฐอเมริกาเป็นสิวหน้าแดงและสิวจมูกโต

สำหรับการปฏิบัติตัวนั้น กรณีที่ซื้อยามาใช้เองจำเป็นต้องอ่านฉลากยาให้ละเอียด และปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำแนะนำก็สามารถรักษาตนเองได้ แต่สิวบางชนิดจำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง 
โดยทั่วไปถือว่าถ้าเป็นสิวแล้วควรไปพบแพทย์เมื่อ...
- ใช้ยาทาเองแล้วอาการไม่ดีขึ้น
- สิวอักเสบมาก ปวดบวมแดง หรือสิวหายแล้วมักเป็นแผลเป็น
- ผู้หญิงที่เป็นสิวที่ขนขึ้นตามใบหน้า หรือประจำเดือนผิดปกติ จะต้องรีบไปพบแพทย์
- ถ้าสิวเลวลงมาก สิวอักเสบบวมแดงมาก และมีไข้ จะต้องไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจแสดงว่ามีการอักเสบและติดเชื้ออย่างรุนแรง
- รายที่รู้สึกอายเมื่อเป็นสิว หรือรู้สึกหดหู่ เป็นคนผิวคล้ำเมื่อสิวหายแล้วทิ้งรอยดำไว้นานมาก และกรณีของสิววิสามัญตามที่กล่าวไปแล้ว จะต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

วัยรุ่นกับสิว

การเกิดสิวมีหลายสาเหตุ เกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายอย่าง จึงทำให้มีการพูดถึงสิวหลายๆ ประเด็น


สิวเป็นเรื่องของวัยรุ่นเท่านั้นหรือ ?
     สิวพบได้มากในวัยรุ่นจริง แต่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ แม้แต่ในเด็กทารกจนถึงเด็กแรกเกิด ก็เป็นสิวได้เช่นกัน
     ในผู้ใหญ่บางรายมีแนวโน้มที่จะเกิดสิวอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อมีสิ่งมากระตุ้น เช่น เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบที่อาจก่อให้เกิดสิวได้ ความเครียด และอีกหลายปัจจัย ก็ทำให้สิวเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ได้ จึงสรุปได้ว่าสิวไม่ได้เป็นเรื่องของวัยรุ่นโดยเฉพาะเท่านั้น  
     “สิวในวัยรุ่น” (adolescent acne) พบในช่วงอายุ ๑๒–๑๘ ปี โดยพบรอยโรคสิวทุกชนิดคือ สิวอุดตันหัวดำ-หัวขาว สิวอักเสบหัวแดง-หัวหนอง สิวหัวช้าง รอยแดง-รอยดำหลังสิวหาย และแผลเป็นจากการเป็นสิว ถ้าเป็นมากควรพบแพทย์
     ที่น่าสนใจในขณะนี้คือเริ่มพบ “สิวก่อนวัยรุ่น” (preadolescent acne) มากขึ้น สิวชนิดนี้พบในช่วงอายุ ๘–๑๑ ขวบ ลักษณะเฉพาะคือพบรอยโรคที่หน้าผาก กึ่งกลางใบหน้า โดยพบสิวอุดตันจำนวนมากเป็นลักษณะเด่น (ซึ่งไม่เหมือนสิวในวัยรุ่นที่มีสิวทุกรูปแบบ) โดยทั่วไปแล้วเด็กก่อนวัยรุ่นที่เริ่มเป็นสิวเร็วมักมีต่อมไขมันที่ทำงานได้เร็วมากกว่าปกติ

การแต่งงานทำให้สิวหายไปได้
     บางคนเชื่อว่าเพศสัมพันธ์ทำให้สิวดีขึ้น ความเชื่อนี้สืบเนื่องมาแต่ครั้งยุโรปโบราณที่ว่า “การแต่งงานรักษาสิวได้” (Marriage cures acne.)
     แท้ที่จริงผู้ที่แต่งงานแล้วอาจมีสิวหายไปเพราะวัยที่แต่งงานนั้นมักผ่านพ้นวัยรุ่น จึงเป็นวัยที่พบสิวน้อยลงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
     นอกจากนี้ ในยุโรปยุคโบราณเชื่อกันว่าสิวเป็นโรคติดต่อ พ่อแม่จะกีดกันไม่ให้ลูกสาวไปใกล้ชิดเด็กหนุ่มที่มีสิวเห่อ เพราะกลัวว่าจะไปติดโรคสิวมา คิดว่าข้อนี้แท้จริงอาจเป็นอุบายหลอกเด็ก ความที่ลูกสาวกลัวไม่สวยก็เลยเชื่อไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับหนุ่มๆ วัยกำดัดที่ล้วนมีสิวกันทั้งนั้น
     ผู้ชายที่ไม่เป็นสิวเลยก็คงมีแต่ขันทีเท่านั้น เพราะมีการศึกษากันว่าขันทีจีนที่ถูกตอนโดยตัดอัณฑะออกจะไม่เป็นสิว เพราะไม่มีฮอร์โมนเพศชายที่เป็นต้นกำเนิดของก้อนไขมันอุดตันที่เรียกว่า “คอมมีโดน” ที่ทำให้เกิดสิว
     ในทางตรงข้ามบางคนเชื่อว่าสิวจะกำเริบเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งก็ไม่เป็นจริง การมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีส่วนกระตุ้นให้ฮอร์โมนเพศชายซึ่งเป็นต้นเหตุของสิวหลั่งออกมา จึงไม่เกี่ยวกับการเกิดสิว โดยสรุปก็คือ การมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีส่วนทำให้สิวเลวลง หรือดีขึ้นแต่อย่างใด                                              

ถ้าพ่อแม่เป็นสิว...ลูกน่าจะเป็นสิว
     ในบางครอบครัวพ่อแม่อาจมีลักษณะผิวที่เป็นสิวง่าย ลูกจึงอาจเป็นสิวง่ายด้วย ความเชื่อข้อนี้จึงอาจไม่ผิด แต่ก็ไม่ได้พบในทุกครอบครัวเสมอไป มีรายงานในวารสารการแพทย์ของอินเดียว่า พบสิวอักเสบรุนแรงที่เรียกว่าสิวหัวช้าง (acne conglobata) ในครอบครัวต่อเนื่องกันถึง ๓ ชั่วอายุคน
     การเกิดสิวของวัยรุ่นเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง และไม่ใช่ว่าวัยรุ่นทุกคนจะต้องเกิดสิวเหมือนกัน ขึ้นกับกรรมพันธุ์ พฤติกรรมสุขภาพ สภาพแวดล้อม การดูแลอนามัยส่วนบุคคล และอื่นๆ อีกที่เป็นตัวกระตุ้นร่างกาย

แกะสิว... เสียชีวิตจริงหรือ?

การแกะสิวอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียลุกลามตามหลอดเลือดดำบนใบหน้า เข้าไปสู่หลอดเลือดดำที่อยู่ใต้สมอง จนเกิดการอักเสบของหลอดเลือดดำที่ใต้สมองที่เรียกว่า cavernous sinus thrombosis ทำให้เกิดอาการตามัว หรืออาจตาบอด ปวดศีรษะ ดวงตาโปนเหมือนจะถลน ใบหน้าบวมเป่ง ใบหน้าเป็นอัมพาต
          เมื่อมีการติดเชื้อเกิดการอักเสบจะเกิดอาการบวม แดง ร้อน ตามมา การอักเสบบวมที่หย่อมหลอดเลือดนี้ที่อยู่ใต้สมองจึงเพิ่มความดันในสมอง เนื่องจากสมองถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่แคบๆ เมื่อเกิดก้อนบวมโตในสมอง หรือฝีในสมอง ก้อนนี้ก็จะไปกดศูนย์กลางการทำงานในสมองที่จำเป็นต่อชีวิต ได้แก่ ศูนย์เมทาบอลิซึมคือ ต่อมพิทูอิทารี ศูนย์อารมณ์คือ ไฮโพทาลามัส และศูนย์หายใจคือ ก้านสมอง
          ที่จริงแล้วโรค cavernous sinus thrombosis พบได้น้อยมาก มีรายงานการแพทย์ทั่วโลกว่า พบผู้ป่วยโรคนี้ทั้งหมดในโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันแค่ ๒๐๐-๓๐๐ รายเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็พบในยุคก่อนที่จะค้นพบยาปฏิชีวนะ
         สิวที่สามารถกดออกได้คือ สิวหัวดำซึ่งยังไม่มีการอักเสบเกิดขึ้น โดยใช้เครื่องมือกดสิวและกดโดยผู้ชำนาญเท่านั้น การกดหรือบีบสิวระยะอื่นๆ ทำให้อาการเลวลง และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นถาวร    

การรักษาสิวนั้นยิ่งใช้ยาแรงยิ่งได้ผลดีจริงไหม?   
          วัยรุ่นที่เป็นสิวส่วนใหญ่เชื่อว่าการรักษาสิวนั้นยิ่งใช้ยาแรงยิ่งได้ผลดี เช่น ถ้าใช้ยาทาบีพีความเข้มข้นต่ำคือร้อยละ ๒.๕ (2.5 % benzoyl peroxide, BP) แล้วได้ผล ถ้าเพิ่มความเข้มข้นเป็นร้อยละ ๑๐ (10% BP) ก็น่าจะได้ผลมากขึ้นอีก
          ที่จริงแล้วถ้าใช้ยาความเข้มข้นต่ำแล้วได้ผลดีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาแรงขึ้น นอกจากจะเสียเงินมากขึ้นโดยไม่จำเป็นแล้วยังอาจเกิดผลแทรกซ้อน เช่น การระคายเคืองมากขึ้น                                                                                                                               

สิวเกิดจากเลือดเสียใช่ไหม?
          บางครั้งอาจพบเลือดออกในสิวที่เป็นตุ่มหนองขนาดใหญ่ได้ ซึ่งอาจเห็นเป็นเลือดดำอยู่ภายใน ทำให้บางคนเชื่อว่าสิวเกิดจากเลือดเสีย ซึ่งไม่เป็นความจริง                                                                                                                                

แสงแดดทำให้สิวดีขึ้นได้ใช่ไหม?
          แสงแดดอาจทำให้ดูเหมือนว่าสิวดีขึ้น เพราะแสงแดดทำให้ผิวไหม้แดง และผิวคล้ำลง ช่วยบดบังรอยแดง รอยดำจากสิวอักเสบ 
แท้จริงแล้วนอกจากแสงแดดเป็นอันตรายต่อผิวหนังแล้ว แสงแดดยังทำให้ผิวระคายเคือง และสิวกำเริบ เกิดผิวเหี่ยวแก่ และเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง                

ผิวมันทำให้สิวกำเริบใช่ไหม?
          สิวไม่ได้เกิดจากผิวมัน  แต่เกิดจากเซลล์ผิวหนังที่บุท่อรูขุมขนที่หลุดออกตามธรรมชาติไม่ถูกขจัดสู่ผิวหนังด้านนอก ทำให้เกิดการตกค้าง เมื่อรวมกับไขมันที่ต่อมไขมันสร้างขึ้นจะก่อให้เกิดสิวอุดตัน (comedone)
ผิวมันเป็นอาการ แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุของสิว